Technical To Apply And Interview Job
เทคนิคการสมัครงานและการสัมภาษณ์งาน
การเตรียมตัวก่อนไปสมัครงาน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจตกต่ำ เมื่อหลายปีก่อนส่งผลให้ปัจจุบันการหางานดีๆ ในบริษัทที่มีชื่อเสียงเกิดการแข่งขันที่สูงมาก เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ พากันลดค่าใช้จ่ายโดยการปลดพนักงานที่ไม่จำเป็นออก ในขณะที่มีนักศึกษาจบใหม่ทะยอยกันเข้าสู่ตลาดแรงงานทุกวัน ดังนั้น จึงทำให้ตำแหน่งงานว่างไม่เคยพอเพียงกับผู้สมัครที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปสมัครงาน จึงเป็นสิ่งที่ผู้สมัครทุกคนควรทำ เพื่อเป็นการช่วงชิงความได้เปรียบในการพิชิตใจผู้รับสมัครซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการพิจารณาเข้าทำงานสูงขึ้นกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมในเรื่องของเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงศึกษารายละเอียดของงานและบริษัทที่ต้องการไปสมัคร
รู้จักประเภทของงาน
-พนักงานชั่วคราว (Part time)
สำหรับพนักงานชั่วคราวหรือที่เรียกกันติดปากว่า “Part time” หมายถึง พนักงานที่ทำงานแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดไว้เท่านั้น หรือเรียกอีกอย่างว่าทำงานเป็นกะ เช่น กะเช้า กะบ่าย ผลตอบแทนที่พนักงานชั่วคราวได้รับก็ไม่ค่อยแน่นอน ถ้าหากวันไหนไปทำงานก็จะได้เงินค่าจ้าง และหากวันไหนขาดงานก็จะไม่ได้เงิน ค่าจ้าง
-พนักงานประจำ (Full time)
พนักงานประจำคือพนักงานที่ทำงานเต็มวันเวลาที่บริษัทกำหนด โดยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นทำงานตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น.โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบในตำแหน่งงานที่แน่นอนได้รับเงินค่าตอบแทนเป็นรายเดือนทุกเดือน มีสวัสดิการต่างๆให้พนักงานประจำถือได้ว่าเป็นงานที่มีหลักประกันมั่นคงและแน่นอนกว่างานแบบ Part - time
-อาชีพอิสระ (Freelance)
อาชีพอิสระถือว่าเป็นอาชีพที่คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันเริ่มหันมาความสนใจอย่างมาก ทำงานมีความเป็นส่วนตัวสูง สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งใคร และที่สำคัญผลตอบแทนที่ได้รับจะคุ้มค่ากว่าการทำงานในรูปแบบของ Part - time และ Full time แต่ข้อเสียก็คือมีความไม่แน่นอนสูงไม่มีสวัสดิการมารองรับ และไม่ก้าวหน้าในอาชีพการงานเท่าที่ควร
แหล่งค้นหางานที่น่าสนใจ
สำหรับแหล่งงานที่เราสามารถเข้าไปค้นหาตำแหน่งงานว่าง เพื่อสมัครงานในตำแหน่งที่ตัวเองต้องการ ได้แก่ อินเตอร์เน็ต หนังสือสมัครงาน หนังสือพิมพ์ ป้ายประกาศหรือใบปลิว เพื่อนฝูง กรมการจัดหางาน และนิทรรศการจัดหางาน ซึ่งแหล่งงานเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถเข้าไปค้นหาตำแหน่งงานว่าง ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยแหล่งงานแต่ละแห่งก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ดังนี้
·
-ค้นหาตำแหน่งงานว่างทางอินเตอร์เน็ต
เนื่องจากอินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่จึงเป็นโลกกว้างที่เราหรือใครก็สามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้ตามต้องการโดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับตำแหน่งงานว่าง ซึ่งเราสามารถเข้าไปค้นหาจากเว็บไซต์สมัครงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วโดยแต่ละเว็บไซต์จะมีตำแหน่งงานให้เลือกจำนวนมากจากหลายสาขาอาชีพที่สำคัญตำแหน่งงานที่ต้องการรับคนเข้าไปทำงานจริงๆ เราจึงมีโอกาสได้งานทำตามความสามารถและความต้องการสูง
-ค้นหาตำแหน่งงานจากหนังสือสมัครงาน
หนังสือรับสมัครงานถือเป็นแหล่งค้นหาตำแหน่งงานว่างที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีบริษัทจำนวนมากเข้ามาใช้บริการลงประกาศรับสมัครพนักงานในตำแหน่งต่างๆ จึงช่วยให้เราสามารถเข้าไปค้นหาตำแหน่งงานที่สนใจได้ตามต้องการแต่การค้นหางานจากหนังสือสมัครงานมักมีข้อเสีย คือ ตำแหน่งส่วนใหญ่ที่ลงประกาศไม่ค่อยมีการอัพเดตข้อมูลให้เหมือนกับเว็บไซต์สมัครงานบนอินเตอร์เน็ตและบ่อยครั้งมักนำตำแหน่งงานเดิมจากบริษัทเดิมหรือนำตำแหน่งงานที่ปิดรับสมัครแล้วมาลงประกาศซ้ำอีก ทำให้ผู้สมัครงานหลายคนต้องเสียเงินเสียเวลาสมัครงานเก้อไปตามๆวัน
-ค้นหาตำแหน่งงานว่างจากหนังสือพิมพ์
หนังสือพิมพ์ที่ใช้ในการค้นหางาน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3ประเภทด้วยกัน ได้แก่ หนังสือพิมพ์แนวตลาดทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวธุรกิจและหนังสือพิมพ์รับสมัครงานสำหรับหนังสือพิมพ์แนวตลาดทั่วไป
-ค้นหาตำแหน่งงานว่างจากป้ายประกาศรับสมัครงาน
สำหรับการค้นหาตำแหน่งงานจากป้ายประกาศรับสมัครงานที่ติดอยู่ตามสถานที่ทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นการอาศัยความบังเอิญมากกว่าที่จะเจาะจงไปค้นหาโดยตรง หมายความว่าเราอาจไปเจอโดยบังเอิญ เช่น ยืนคอยรถเมล์อยู่ก็อาจสอดส่ายสายตาไปเจอใบประกาศรับสมัครที่ติดไว้ตามเสาไฟฟ้า หรือเดินทางไปธนาคารแล้วเห็นป้ายประกาศรับสมัครงานที่ติดอยู่ในตึกธนาคาร เป็นต้น
-เพื่อนฝูงหรือคนรู้จัก
เพื่อนฝูงหรือคนรู้จักถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลในการค้นหางานทำที่ดีที่สุดเพราะโอกาสที่เราจะได้งานทำมีสูง แต่จงพึงระลึกไว้ด้วยว่า ถ้าเพื่อนหรือคนที่เรารู้จักทำงานในบริษัทดังกล่าวได้ไม่ดีคือ ทำงานไม่มีคุณภาพและไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ หากเขาจะเสนอรายชื่อเราต่อหัวหน้าเพื่อฝากเข้าทำงานแน่นอนว่าโอกาสที่บริษัทจะรับเราเข้าทำงานคงมีน้อย ดังนั้นหากต้องการค้นหาตำแหน่งงานจากเพื่อนหรือคนรู้จักก็ควรเลือกค้นหาจากคนที่ดูน่าเชื่อถือและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานสูง
-กรมการจัดหางาน
กรมการจัดหางานถือเป็นศูนย์รวมของการจัดหาคนเข้าทำงานตามบริษัทต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ทางกรมการจัดหางานจะให้ผู้สมัครกรอกประวัติส่วนตัว พร้อมกับระบุตำแหน่งงานที่ต้องการทิ้งไว้ และเมื่อใดที่มีบริษัทเข้ามาค้นหาพนักงาน ถ้าตำแหน่งงานดังกล่าวตรงตามคุณสมบัติที่เรามีอยู่ทางกรมการจัดหางานก็จะส่งข้อมูลของเราไปให้กับบริษัท ดังกล่าวพิจารณาหลังจากนั้น ทางบริษัทก็จะติดต่อโดยตรงกับเราเพื่อเรียกตัวไปสัมภาษณ์ แต่เป็นการสัมภาษณ์เพื่อสอบถามประวัติส่วนตัวเล็กน้อยและถ้าทางบริษัทสนใจในตัวเราจริงๆเขาก็จะติดต่อกลับเพื่อเรียกไปสัมภาษณ์อีกครั้ง
-นิทรรศการจัดหางาน
นิทรรศการจัดหางานเป็นแหล่งค้นหางานที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่จะจัดขึ้นตามมหาวิทยาลัยและศูนย์ประชุมต่าง ๆ ซึ่งภายในงานจะมีตัวแทนจากบริษัทต่าง ๆ มาจัดบู๊ทเปิดรับสมัครจำนวนมากโดยบางบริษัท จะให้ผู้สมัครทุกคนกรอกใบสมัครงานทิ้งไว้ จากนั้นก็รอให้ทางบริษัทเรียกตัวไปสัมภาษณ์หรือบางบริษัทก็อาจสัมภาษณ์กันสดๆ ซึ่งตรงนี้ก็มีข้อดี คือเป็นการช่วยฝึกการสอบสัมภาษณ์ให้กับเราไปในตัว ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่ดีในการสอบสัมภาษณ์ครั้งต่อไปทุกครั้งที่ต้องออกไปค้นหางานจากนิทรรศการจัดหางาน จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานที่ใช้ในการสมัครงานให้พร้อม เช่น รูปถ่าย สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาวุฒิการศึกษาและอื่นๆ เช่น ใบผ่านงานหรือใบรับรองแพทย์ เป็นต้น เพราะการเตรียมพร้อมที่ดีจะช่วยลดความยุ่งยากและปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาได้เป็นอย่างดี ถ้าเราสามารถปฏิบัติได้ทั้งหมดคงไม่มีคำว่า “ตกงาน” เกิดขึ้ึ้นกับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครแน่นอน
ศึกษาและค้นหาข้อมูลของบริษัทที่ต้องไปสมัครงานให้พร้อม
การศึกษาและค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับบริษัทที่จะไปสมัครงานเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะแสดงให้ผู้รับสมัครหรือผู้สอบสัมภาษณ์เราเห็นถึงความพร้อม และความกระตือรือร้นที่จะเข้าไปทำงานบริษัทของเขา ซึ่งนอกจากจะทำให้เรามีจุดเด่นเหนือกว่าผู้สมัครคนอื่น ๆ แล้ว ยังช่วยให้เราสามารถค้นหางานที่เหมาะสมกับตัวเองได้อย่างใกล้เคียงมากที่สุดอีกด้วย โดยข้อมูลส่วนใหญ่ที่ควรศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมมีดังนี้
-ลักษณะการดำเนินธุรกิจ
ทราบถึงลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัทก่อนไปสมัครงานเพราะเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของผู้สมัครเพราะผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่มักจะตั้งคำถามนี้แก่ผู้สมัครทุกคนในเวลาสัมภาษณ์ ดังนั้นหากผู้สมัครไม่สามารถตอบได้ว่าบริษัทของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรแน่นอนว่าคุณจะดูแย่ในสายตาผู้ว่าจ้างทันที
-ทำเลที่ตั้งของบริษัท
หลังจากทราบแล้วว่าบริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอะไรต่อมาก็ควรทราบถึงทำเลที่ตั้งของบริษัท เพราะทำเลที่ตั้งมีความสำคัญต่อการตัดสินใจสมัครงานของเรามาก เช่น ถ้าบริษัทนั้นตั้งอยู่ไกลการเดินทางไปมาไม่สะดวกและเป็นเขตมลภาวะเป็นพิษก็จะทำให้เราสามารถคำนึงถึงผลได้ผลเสียที่จะตามมาได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น
-รายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร
ทุกครั้งก่อนสมัครงานกับบริษัทต่างๆ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เราต้องให้ความสนใจมากเป็นพิเศษคือคุณสมบัติของผู้สมัครที่บริษัทกำหนดไว้ในตำแหน่งงานต่างๆ โดยดูว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้างจากนั้นค่อยมาตรวจสอบตัวเราดูว่าคุณสมบัติตรงตามที่เขาต้องการหรือไม่เพราะถ้าเราไม่มีคุณสมบัติตรงตามที่เขาต้องการนั่นก็หมายความว่าโอกาสที่จะได้งานทำแทบจะไม่มี
เตรียมเอกสารที่ใช้ในการสมัครงานให้พร้อม
เนื่องจากเอกสารต่างๆ เช่น สำเนาวุฒิการศึกษา สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และรูปถ่าย มีความจำเป็นต่อการสมัครงานเป็นอย่างมาก ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปอาจจะทำให้เราต้องพบกับความยุ่งยาก จนไม่ประสบความสำเร็จในการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทนั้นๆ ดังนั้นเมื่อรู้ว่าต้องไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆ เราควรจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการสมัครงานไว้แต่เนิ่นๆ และควรตรวจเช็คอีกครั้งก่อนออกจากบ้านเพื่อกันหลงลืม ที่สำคัญควรถ่ายเอกสารเผื่อไว้เยอะๆ ไม่ควรเตรียมไปแบบพอดี
สำรวจดูความเรียบร้อยของตัวเอง
การสำรวจดูความเรียบร้อยในเรื่องของการแต่งกายโดยดูว่าเสื้อผ้าที่นำมาสวมใส่ เข้าชุดกันดีหรือไม่เหมาะสมกับรูปร่างของเราหรือเปล่าและเมื่อสวมใส่แล้วทำให้เรารู้สึกสบายตัวและดูดีมากน้อยแค่ไหน ถ้าเป็นไปได้เราควรจัดเตรียมอุปกรณ์การแต่งกายต่างๆที่จะใส่ไปสมัครงานไว้ล่วงหน้า เช่น ถ้าจะไปสมัครงานพรุ่งนี้เช้าก็ควรจัดเตรียมเครื่องแต่งกายไว้ตั้งแต่หัวค่ำและลองนำมาสวมใส่เพื่อสำรวจดูว่ามันเหมาะสมกับตัวเราและช่วยให้เราดูดีในสายตาของผู้ว่าจ้างรู้สึกประทับใจในตัวผู้สมัครเราจึงควรเอาใจใส่เรื่องนี้เป็นพิเศษแต่การแต่งกายดีไม่จำเป็นว่าจะต้องสวมใส่ด้วยเสื้อผ้าราคาแพงแต่ควรแต่งให้เหมาะสมกับบุคลิกของเราและสถานที่ทำงานนั้นๆ ด้วย
ศึกษารายละเอียดของงานที่จะสมัคร
เพื่อประโยชน์ของตัวเราเองทุกครั้งก่อนลงมือสมัครงานไม่ว่าจะสมัครงานทางอินเตอร์เน็ต สมัครด้วยตนเองหรือจะส่งจดหมายไปสมัครงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สมัครจะต้องศึกษาถึงรายละเอียดในเรื่องต่างๆ ดังนี้ให้ชัดเจน
-หน้าที่ความรับผิดชอบของงานที่จะสมัคร
เช่น ต้องรู้ว่าพนักงานบัญชีมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง เช่นทำสมุดรายวันรับเงิน -จ่ายเงิน ทำสรุปยอดรายรับ-รายจ่ายประจำเดือนหรือทำงบดุลและงบกำไรขาดทุนเป็นต้น
-อ่านรายละเอียดในส่วนของเงินเดือนหรือสวัสดิการต่างๆให้รอบคอบ
เพราะมันเป็นสิ่งที่เราควรได้รับจากทางบริษัทและเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง เช่น ไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงหรือไม่ได้รับสวัสดิการตามสมควรเมื่อออกจากงาน เป็นต้น
-อ่านวิธีการสมัครงานให้ละเอียดโดยดูว่าทางบริษัทได้กำหนดให้เราสมัครงานในรูปแบบใด
เช่น ส่งจดหมายสมัครงาน มาสมัครงานด้วยตนเองหรือจะสมัครงานทางอินเตอร์เน็ตเป็นต้น ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆหากเราได้ศึกษาก่อนก็จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการสมัครงานได้เป็นอย่างดี
เทคนิคการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัครงาน
เนื่องจากแบบฟอร์มใบสมัครงานเป็นเอกสารสำคัญที่ทางบริษัทจะนำมาใช้สำหรับพิจารณาคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ ดังนั้นการกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มใบสมัครงานจึงต้องทำด้วยความละเอียดรอบคอบและเพื่อให้ใบสมัครงานของเราเข้าตากรรมการ ผู้เขียนจึงมีเทคนิคการเขียนใบสมัครงานมาฝากดังนี้
-อ่านเงื่อนไขการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัครงานให้ละเอียดก่อนลงมือกรอกข้อมูลลงไปในหัวข้อต่าง ๆ
-ก่อนกรอกข้อมูลทุกครั้งควรอ่านและทำความเข้าใจคำถามให้ชัดเจน ไม่ควรกรอกข้อมูลทันทีที่เห็นแบบฟอร์ม เพราะอาจเกิดการผิดพลาดได้ง่าย
-กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบทุกคำถามด้วยความเป็นจริง ไม่นอกเรื่อง
-ควรระบุตำแหน่งงานที่ต้องการสมัครให้ชัดเจน
-ถ้าในแบบฟอร์มถามถึงความสามารถพิเศษ เราก็ควรเขียนออกมาเป็นข้อๆโดยเรียงตามลำดับความน่าสนใจจากมากไปน้อย
-พยายามอย่าเขียนข้อมูลให้ผิดพลาดบ่อย เพราะจะทำให้ แบบฟอร์มใบสมัครงานดูสกปรกและอาจให้ผู้ว่าจ้างไม่อยากอ่านใบสมัครงานของเรา สำหรับคำถามเกี่ยวกับเงินเดือน เราควรระบุในช่วงเงินเดือนที่ต้องการให้ชัดเจน โดยคำนึงถึงความสามารถและตำแหน่งงานที่เราสมัครด้วย
-ไม่ควรระบุข้อเสียหรือจุดด้อยของตัวเราลงไปในใบสมัครงานเพราะอาจทำให้เราพลาดโอกาสที่จะได้งานดีๆ ทำ
-ถ้าเป็นการสมัครงานด้วยตนเอง พยายามเขียนข้อความด้วยตัวบรรจง และสวยงามเพื่อให้นายจ้างรู้สึกสนใจและอยากอ่านใบสมัครงานของเรา
-ควรระบุชื่อที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์สามารถติดต่อถึงเราได้สะดวกลงไปในแบบฟอร์มใบสมัครให้ชัดเจน
-นอกจากกรอกข้อมูลต่าง ๆ แล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งในแบบฟอร์มใบสมัครงาน ที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นั่นก็คือ “รูปถ่าย” เพราะรูปถ่ายสามารถบ่งบอกถึงบุคลิกและลักษณะภายนอกของเราได้อย่างชัดเจน ดังนั้นรูปถ่ายที่จะนำมาติดในใบสมัครงานควรเป็นรูปถ่ายที่ทำให้เราดูดีในสายตานายจ้างมากที่สุด
เทคนิคการสมัครงานผ่านเว็บไซต์
เนื่องจากการสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์เป็นรูปแบบการสมัครงานที่สามารถทำได้โดยง่ายสะดวกรวดเร็วและมีงานให้เลือกสมัครจำนวนมาก ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมเข้ามาใช้บริการสมัครงานมากขึ้นและสำหรับน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาใช้บริการสมัครงานในรูปแบบนี้เป็นครั้งแรกและไม่รู้ว่าจะสมัครงานอย่างไรให้ถูกต้องเพื่อให้งานทำตามความต้องการ เรามีเทคนิคดีๆมาแนะนำดังนี้
-อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์ให้ละเอียดก่อนจะกรอกข้อมูลลงไปในแบบฟอร์มใบสมัครงานที่ทางเว็บไซต์จัดเตรียมไว้ให้
-สมัครสมาชิกกับทางเว็บไซต์ทุกครั้งก่อนเข้าไปใช้บริการสมัครงานออนไลน์
-กรอกข้อมูลให้ครบทุกหัวข้อใบแบบฟอร์มใบสมัครงาน
-ข้อมูลที่กรอกในแบบฟอร์มต้องเป็นจริงทุกประการ
-เลือกตำแหน่งงานที่ต้องการสมัครให้ตรงกับคุณสมบัติที่เรามี
-ควรกรอกชื่ออีเมลแอดเดรสของเราลงไปในแบบฟอร์มใบสมัครงานด้วยเพื่อให้บริษัทสามารถติดต่อกลับมาแจ้งผลการสมัครงานได้สะดวก
-ไม่ควรใช้คำย่อกับชื่องานตำแหน่งงานและไม่ควรใช้คำย่อเฉพาะตัวพิมพ์ลงในแบบฟอร์มใบสมัครงาน
-ก่อนเข้าไปสมัครงานในตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครควรเข้าไปอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครและข้อมูลบริษัทให้เข้าใจก่อน
-ควรแนบไฟล์ภาพและไฟล์สำเนาเอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ในการสมัครงานส่งไปให้บริษัทพร้อมกับใบสมัครงานออนไลน์
-ควรจดจำรหัสสมาชิกที่ได้สมัครไว้กับเว็บไซต์ต่างๆให้แม่นยำเพื่อให้เราสามารถเข้าไปตรวจเช็คดูว่าบริษัทใดเข้าค้นหาข้อมูลของเราบ้าง
-ควรเลือกสมัครงานกับบริษัทที่น่าสนใจเท่านั้นไม่ควรสมัครงานสะเปะสะปะเพื่อหวังจะได้งานเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูว่าบริษัทนั่นน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด และมีความมั่นคงขนาดไหน
-ควรติดตามผลหลังการสมัครงานออนไลน์ เช่น โทรไปสอบถามผลการสมัครงานกับบริษัทนั้นโดยตรง หรือเมลไปสอบถามผลการสมัครงาน เป็นต้น
เทคนิคการสมัครงานผ่านทางอีเมล
การสมัครงานทางอีเมลเป็นการสมัครงานรูปแบบหนึ่งที่คนส่วนมากนิยมเข้ามาใช้บริการ เนื่องจากมีขั้นตอนการใช้งานค่อนข้างง่ายสะดวก ประหยัดซึ่งการสมัครงานผ่านทางอีเมลให้ได้งานสามารถทำได้ด้วยเทคนิค ดังนี้
-ควรระบุชื่ออีเมลแอดเดรสของผู้รับให้ชัดเจนถูกต้อง
-ควรระบุหัวเรื่องในการส่งอีเมลให้ชัดเจน เช่น ขอสมัครงานตำแหน่ง…
-ข้อมูลในส่วนของประวัติส่วนตัวควรเขียนให้น่าสนใจ
-ควรระบุเบอร์โทรศัพท์ของเราลงไปในอีเมลด้วย
-ขนาดตัวอักษรที่ใช้พิมพ์ข้อความไม่ควรต่ำกว่า 14 และควรเลือกใช้ฟอนต์ที่ลงท้ายด้วย UPC Angsana UPC , Browallia UPC และ Cordia UPC ทุกเวอร์ชั่น และคอมส่วนใหญ่จะใช้งาน Windows
-ไม่ควรเลือกใช้ฟอนต์แปลก ๆ เช่น ฟอนต์ตัวการ์ตูน เพราะดูไม่สุภาพ
-ไม่ควรแนบไฟล์ข้อมูลหรือไฟล์เอกสารต่าง ๆ ไปกับอีเมลมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ผู้ว่าจ้างโหลดไฟล์ข้อมูลได้ช้าหรืออาจจะทำให้เมลบ็อกซ์เต็ม จนไม่สามารถรับอีเมลสมัครงานของเราได้
-ก่อนแนบไฟล์ใดๆ ส่งไปกับอีเมลเราจะต้องตรวจสอบดูก่อนว่าไฟล์ข้อมูลนั้นสามารถเปิดขึ้นมาใช้งานได้หรือไม่
-ควรทำการแสกนไวรัสทุกครั้งก่อนส่งไฟล์ข้อมูลไปสมัครงาน
-สำหรับไฟล์ภาพที่จะแนบไปกลับอีเมลควรเซฟเป็นนามสกุล JPEG และควรเป็นไฟล์ที่มีขนาดเล็ก
-หลังจากส่งเมลสมัครงานเรียบร้อยแล้วเราควรเข้าไปตรวจเช็คอีเมลเป็นประจำ เพื่อจะได้รู้ว่ามีบริษัทใดติดต่อกลับมาหาเราบ้าง
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปสัมภาษณ์งาน
สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนไปสัมภาษณ์งาน ได้แก่ การเตรียมความพร้อมในเรื่องของการแต่งกาย มารยาทและการฝึกตอบคำถาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยลดความประหม่าที่เกิดจากความวิตกกังวลให้กับตัวเราได้แล้วยังเป็นการช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวผู้สมัครจน ส่งผลให้ตัวผู้สมัครมีบุคลิกที่ดีขึ้นดูน่าเชื่อถือและเป็นที่ประทับใจสายตาผู้ว่าจ้างมากขึ้นอีกด้วยอย่างไรก็ตามการเตรียมตัวก่อนไปสัมภาษณ์งาน ควรมีการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าอย่ารอให้ทางบริษัทโทรมานัดสัมภาษณ์ก่อนแล้วจึงค่อยคิดจะเตรียมตัวเพราะช่วงเวลาสั้นๆ อาจให้เราเผลอลืมหรือทำด้วยความรีบเร่งจนเกิดความผิดพลาด ซึ่งอาจส่งผลให้สอบสัมภาษณ์ไม่ผ่านและไม่ได้งานทำในที่สุดเตรียมความพร้อมในเรื่องการแต่งกายการแต่งกายถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เราควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะมันเป็นจุดขายอันดับแรกที่จะเรียกคะแนนจากผู้สัมภาษณ์ได้ นอกจากนั้นการแต่งกายที่ดียังช่วยให้นายจ้างรู้สึกมีความพึงพอใจในตัวเราได้อีกด้วย ดังนั้นสิ่งใดที่คิดว่าจะทำให้เราดูดีในสายตาผู้ว่าจ้างเราในฐานะผู้สมัครจะต้องทำให้ดีที่สุด ดังนี้
การแต่งกายของผู้ชาย
-ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ใส่สบาย รูปทรงเรียบร้อย และไม่ควรมีสีสันฉูดฉาด
-เลือกสวมใส่เสื้อผ้าให้พอดีกับรูปทรง ไม่ฟิต หรือหลวมจนเกินไป เพราะจะทำให้เรารู้สึกอึดอัดจนขาดความมั่นใจในตัวเองได้
-กางเกงที่ใส่ควรเป็นกางเกงผ้าที่ดูเรียบร้อย ไม่ควรใส่กางเกงยีนส์ไปเด็ดขาด เพราะนอกจากทำให้เราดูไม่น่าเชื่อถือแล้ว ยังถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ผู้สัมภาษณ์อีกด้วย
-ควรใส่เสื้อไว้ในกางเกง แล้วดึงตัวเสื้อออกมาเล็กน้อยพอสวยงาม
-ควรผูกเน็คไทที่มีลวดลายที่เรียบง่าย ไม่มีสีสันหรือลวดลายที่ฉูดฉาด และที่สำคัญควรเลือกใส่ให้เข้ากับเสื้อผ้าที่สวมใส่ด้วย
-สำหรับรองเท้าที่ใส่ควรเป็นรองเท้าสีดำหุ้มส้น และควรสวมถุงเท้าให้มีโทนสีที่กลมกลืนกับรองเท้าด้วย
-หากใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวไปสัมภาษณ์หรือสมัครงานควรติดกระดุมที่แขนเสื้อให้เรียบร้อยไม่ควรใช้วิธีพับแขนเสื้อเพราะจะดูไม่เรียบร้อย
-ควรตัดผมและเล็บมือให้ดูสะอาดตา
-ควรทำทรงผมให้ดูเรียบร้อย ไม่ควรทำทรงผมแปลกๆ ไปสัมภาษณ์งาน ยกเว้นงานนั้นเป็นงานที่ต้องอาศัยหน้าตาและรูปร่างทำมาหากิน เช่น นายแบบ ช่างตัดผม เป็นต้น
การแต่งกายของผู้หญิง
สำหรับผู้หญิงที่ไว้ผมยาวควรมัดผมให้เรียบร้อย หรือติดกิ๊บผมเพื่อไม่ให้ผมปรกหน้าเวลานั่งสัมภาษณ์ เพราะจะทำให้เสียบุคลิก
-ควรแต่งหน้าให้พอมีสีสันสวยงามบ้างเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง
-ควรใส่เสื้อผ้าให้พอดีกับรูปทรง ไม่ฟิต หรือหลวมจนเกินไป
-ควรเลือกใส่กระโปรงที่ยาวได้ระดับพอดี และเข้ากับรูปร่าง
-ไม่ควรใส่กางเกงหรือเสื้อยืดไปสัมภาษณ์งาน เพราะจะดูไม่สุภาพ
-รองเท้าที่สวมใส่ควรเป็นรองเท้าแบบรัดส้น
-หากกระโปรงที่ใส่ไปสมัครงานเป็นกระโปรงสั้น เราควรจะใส่ถุงน่องไปด้วยทุกครั้ง เพื่อความเรียบร้อยและเหมาะสม
-กระโปรงที่ใส่ไม่ควรเป็นแบบย้วย บาง หรือพริ้ว เพราะจะดูไม่สุภาพ
-เสื้อและกระโปรงที่สวมใส่ควรมีสีสันและลวดลายไม่มาก เพราะจะทำให้ดูไม่เรียบร้อย ไม่เหมาะสำหรับการไปสมัครงาน
มารยาทในการวางตัว
การวางตัวที่ดีไม่ใช่จะทำเฉพาะต่อหน้าผู้สัมภาษณ์เท่านั้น แต่จะต้องทำทุกขณะที่เราอยู่ในบริษัทเพื่อให้พนักงานในออฟฟิศ หรือบุคคลทั่วไปที่พบเห็นต่างรู้สึกประทับใจ และอยากได้เรามาร่วมงามด้วยโดยการวางตัวที่เหมาะสมในขณะสัมภาษณ์หรือสมัครงานจะมี ดังนี้
-ขณะที่นั่งรอเรียกสัมภาษณ์ควรนั่งรอด้วยอากัปกิริยาที่เรียบร้อย ไม่ควรนั่งคุยโทรศัพท์ หรือเดินสำรวจไปมาจนทั่วบริษัท
-เมื่อถูกเรียกเข้าห้องสัมภาษณ์ ให้เคาะประตูก่อนเข้าในห้องสัมภาษณ์
-ควรยกมือไหว้และกล่าวคำสวัสดีผู้สัมภาษณ์ทันทีในจังหวะแรกที่พบกัน
-ก่อนนั่งควรรอให้ผู้สัมภาษณ์อนุญาตเสียก่อน อย่าผลีผลามลากเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลงทันทีเพราะจะเป็นการเสียมารยาท
-ขณะนั่งให้สัมภาษณ์ควรปล่อยตัวและใจตามสบาย อย่าเกร็ง และอย่าวิตกกังวลจนเกินไป
-ขณะนั่งสัมภาษณ์ไม่ควรวางมือไว้บนโต๊ะผู้สัมภาษณ์ แต่ควรวางประสานไว้บนตักให้เรียบร้อย
-ควรมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มขณะฟังคำถาม หรือพูดคุยกับผู้สัมภาษณ์
-ไม่ควรวางเอกสาร หรือสัมภาระใด ๆ บนโต๊ะของผู้สัมภาษณ์ หรือถ้าจะวางต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง
-ทุกครั้งที่ตอบคำถามควรมีหางเสียงที่ไพเราะลงท้ายด้วยเสมอ เช่น “ใช่ครับ” “ใช่ค่ะ” เป็นต้น
-พยายามบังคับให้มืออยู่นิ่ง ๆ ขณะให้สัมภาษณ์ ไม่ควรมีอากัปกริยาที่ไม่เหมาะสม เช่น เกาหัว ดึงผม กัดเล็บ
-เมื่อสอบสัมภาษณ์เสร็จแล้วและก่อนออกจากห้องสัมภาษณ์เราควรกล่าวคำขอบคุณและยกมือไหว้ผู้สัมภาษณ์กรณีที่ทางบริษัทได้เปิดโอกาสให้เราได้เข้าสมัครงาน
การเตรียมตัวไปสมัครงานของมือใหม่
เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่มักจะรับคนที่มีประสบการณ์เข้ามาร่วมงาน มากกว่าจะรับนักศึกษาจบใหม่ที่ขาดประสบการณ์ ดังนั้นสิ่งที่นักศึกษาเพิ่งจบใหม่ควรทำเมื่อจะไปสมัครงานตามบริษัทต่างๆ เพื่อให้ผู้ว่าจ้างพิจารณารับเข้าทำงานมีดังนี้
-ในวันที่ไปสมัครไม่ควรแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาแต่ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าของคนทำงานเพื่อให้เราดูเป็นผู้ใหญ่และดูน่าเชื่อถือ
-ควรจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการสมัครงานให้พร้อม เช่น ปากกา ดินสอ ยางลบ กรรไกร เพื่อให้นายจ้างรู้ว่าเรามีความรอบคอบ แม้ในเรื่องที่เล็กน้อย
-ควรนำเอกสารการสมัครงาน เช่น รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน สำเนาวุฒิการศึกษา สำเนาทะเบียนบ้านไปให้พร้อม
-ก่อนไปสมัครงาน ควรฝึกเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตการทำงานสมัยใหม่ให้คล่องพอตัว เช่น การใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้น การใช้งานอินเตอร์เน็ต และการรับส่งอีเมล เพราะเป็นสิ่งที่บริษัทส่วนใหญ่ในปัจจุบันต้องการจากพนักงาน
-ควรมีความรู้ในการใช้งานอุปกรณ์สำนักงานพื้นฐาน เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องแฟกซ์เครื่องพริ้นเตอร์ ก่อนไปสมัครงาน
-ทำตัวให้ผู้ว่าจ้างเห็นถึงความมุ่งมั่น และความตั้งใจ ว่าเราต้องการเข้ามาทำงานกับบริษัทนี้ เป็นอย่างมาก
-อย่าทำตัวให้มีปัญหาในเรื่องเงื่อนไขต่างๆ เช่น มีข้อต่อรองในเรื่องเงินเดือน วันหยุด หน้าที่ความรับผิดชอบ สถานที่ทำงาน การทำงานล่วงเวลา รวมถึงการเดินทางเพราะเรายังขาดประสบการณ์ในการทำงาน ดังนั้นจึงไม่ควรมีปัญหาในเรื่องเหล่านี้กับบริษัท
-ฝึกอ่านคำศัพท์ที่ต้องใช้ในการสมัครงานให้คล่อง เพื่อให้เราสามารถกรอกใบสมัครงานที่เป็นภาษาอังกฤษได้และจุดนี้อาจทำให้นายจ้างเห็นว่าเรามีความสามารถที่จะทำงานในตำแหน่งที่เขาเปิดรับสมัครได้นั่นเอง ดังนั้นหากเรารู้ตัวว่าจุดด้อยของเราคือไม่มีประสบการณ์ในการทำงานจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะหาจุดเด่นอื่น ที่สำคัญต่อการสมัครงานมารองรับเพื่อให้บริษัทยอมรับเราเข้าทำงาน
แน่นอนว่าเมื่อเรามีโอกาสถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์นั่นก็หมายถึง โอกาสที่เราจะได้งานทำมีสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ดังนั้นเมื่อโอกาสดีๆแบบนี้มาถึงซึ่งก็ไม่ได้มีมาบ่อยๆ เราจึงควรจะสานต่อจนประสบความสำเร็จตามที่ได้คาดหวังไว้นั่นคือ การได้งานทำตามที่ใจต้องการ ดังนั้นจึงขอนำเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการสอบสัมภาษณ์งานมาฝาก ดังนี้
-ศึกษาและค้นหาข้อมูลของบริษัทให้เข้าใจก่อนไปสัมภาษณ์
-ในวันสัมภาษณ์ควรเดินทางมาถึงบริษัทก่อนเวลานัดสัมภาษณ์อย่างน้อยประมาณ 10 – 15 นาที เพื่อแสดงให้ผู้ว่าจ้างเห็นถึงความกระตือรืนร้นและความต้องการที่จะเข้ามาทำงานกับบริษัทนั้นจริง
-หากฟังคำถามไม่เข้าใจ หรือฟังไม่ชัดเจน เราควรขอให้ผู้สัมภาษณ์ทวนคำถามให้ฟังใหม่อีกครั้ง
-ควรตอบคำถามด้วยข้อความที่สั้นกระชับและได้ใจความที่สำคัญควรตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น สุภาพและจริงใจ
-อย่าพูดในสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ยังไม่ได้ถาม เช่น ข้อมูลของบริษัท เงินเดือน วันหยุด เป็นต้น
-ควรจัดลำดับความคิดทุกครั้งจะตอบคำถามกับผู้สัมภาษณ์ไม่ควรพูดแทรกขณะที่ผู้สัมภาษณ์ตั้งคำถาม
-ควรตอบทุกคำถามด้วยความรู้จริง และอย่าพูดในสิ่งที่เรารู้ไม่จริง เพราะนั่นเท่ากับเป็นการฆ่าตัวเองทางอ้อม
-ถ้าเจอคำถามในเชิงให้เล่าประวัติ เราควรจะถามผู้สัมภาษณ์ก่อนว่าจะให้เล่าตั้งแต่ช่วงใด เพื่อเราจะได้จับประเด็นสำคัญและเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ ให้เชื่อมโยงต่อกันได้น่าสนใจ
-หากมีคำถามให้เลือกตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ ควรเลือกตอบอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ควรตอบเลี่ยงไปประเด็นอื่น
DATA BY... SORRASAK--->(HR 2008)
sorrasakasoon@gmail.com
3 ความคิดเห็น:
ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลดีดีที่นำมาฝาก
เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมาก ได้ประโยชน์และได้
แนวทางในการนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ค่ะ ถ้ามี
อาไรอยากสอบถามเพิ่มเติมจะเมล์ไปถามพี่นะ
ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
JANE 2008
ยินครับนะครับสำหรับข้อมูลที่มอบให้ หากมีนักศึกษาท่านใดที่ต้องการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้านเทคนิคการสมัครงานและสัมภาษณ์งานนี้รบกวนช่วยฝากส่งเมล์
เว็บนี้บอกข้อมูลต่อๆไปเรื่อยๆด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
SORRASAK(HR2008)
ได้รับการอ่านข้อมูลแล้ว สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดีเลยค่ะ ปัจจุบันเรียนจบแล้วค่ะวุฒิ ป.ตรี ด้านการบริหารจะนำข้อมูลไปเป็นแนวทางในการปฎิบัตินะค่ะ
ขอบคุณมากๆนะพี่ค่ะ
สาวน้อยราชมงคลคลอง 6
แสดงความคิดเห็น